อันยองค่ะทุกคนนนนนนนนนนน...^^

ทำเป็นลัลล้ามาเชียว...ทั้งๆที่หายหัวหายตัวไปจากบล็อกนานมาก...

คำแก้ตัวคือช่วงนี้ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเหลือหลาย...ทั้งงานทั้งเรื่องส่วนตัว...

แต่โปรเจคฟิคยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆนะคะ...ไม่ต้องเป็นห่วง...

เราแค่ไม่อยากเร่งให้มันออกมาดูเหมือนไม่ตั้งใจ 

แต่อยากให้เป็นรวมเล่มที่ออกมาแล้วคนอ่านไม่รู้สึกเสียดายตังค์อ่ะค่ะ...^^

วันนี้เลยมีความคืบหน้าล่าสุดมาแจ้งให้ได้ทราบกันค่ะ...

 

ตอนนี้เรากำลังแต่งตอนจบอยู่...เมื่อเสร็จแล้วจะลงในทุกบอร์ดที่เคยลงเช่นเดิม...

สำหรับคนที่อยากจะแค่อ่านในบอร์ดไม่ได้ต้องการจะสั่งสื้อฉบับรวมเล่มก็จะได้อ่านจนจบนะคะ...ไม่ต้องห่วง

ส่วนเพื่อนๆที่ลงชื่อไว้แล้ว...เรามีของพิเศษจะมอบให้ในเล่มค่ะ...อิอิ

 

FRIEND!

Author : virgindevil

Couple : Yunjae , Yoosu (Feat.Changmin)

Rate : PG-15 - NC-17 (คิดว่าไม่ตัดฉาก NC นะคะ...^^)

Type : Romantic , Comedy and Drama...(ทำไมหลายแนวหว่า...เอาเป็นว่าครบรส...หุหุ)

จำนวนหน้า : ประมาณ 300 หน้าค่ะ...

ราคา : ไม่เกิน 300 บาทแน่นอน...(แต่มั่นใจว่าถูกกว่า)

ของแถมในเล่ม : -- Special Part 4 ตอน

                        (Yunjae 1 ตอน Yoosu 1 ตอน Changmin 1 ตอน

และรวมทุกคู่อีก 1 ตอน)

                        -- Special Doujin หรือ Fanart  1 เซ็ต (ตัวอย่างลายเส้นค่ะ...จิ้มโล่ด)

(ปล..ตัวอย่างลายเส้นนี้ไม่ใช่ที่จะลงในเล่มนะคะ...^^)

                      -- ที่คั่นหนังสือ... 1 ชิ้น...

                      -- บลาๆๆ...(เดี๋ยวนึกอะไรออกจะแถมอีก...ฮ่าฮ่าฮ่า...

ไอ่คนเขียนบ้าของแถม... แจกอะไรได้แจกหมด)

 

ปล...นี่เป็นเพียงแค่การอัพเดทข่าวคราวค่ะ...

 

ยังมิได้เปิดให้จองแต่ประการใด...

 

ขอให้งานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

ไอ่virgindevil จะรีบมาแจ้งข่าว

การเปิดจองนะคะ...^^

 

ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับการติดตาม...จุ๊บๆ

FRIEND! ตอนที่ 24

posted on 19 Jul 2008 10:03 by wiyakorn  in FRIEND
Talk : อันยองจ้าสาวๆ...คราวนี้อิปร้าหายหัวหายตัวไปนาน...
(ได้ข่าวว่าหายไปนานเรื่อยเลยนะแกร...ฮ่า ฮ่า)...กว่าจะมาอัพฟิค...
กำลังวุ่นๆเรื่องรวมเล่มฟิค FRIEND! นี่ล่ะค่ะ...^^'
สำหรับตอนนี้คงจะเคลียร์เรื่องคู่ยูซูแล้ว...ตั้งใจว่าตอนหน้าจะเป็นตอนจบนะคะ...
แต่ไม่รู้เหมือนกัน(เอาไงของแกเนี่ย...คนอ่าน)
อยากใส่ฟิลลิ่งหวานๆของทั้งสองคู่เข้าไปอีก...เดี๋ยวจิ้นเสร็จจะรีบมาอัพเลยโนะ...

ปล...ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ...^^

ปลล...สำหรับใครที่อยากเก็บฉบับรวมเล่มของฟิคเรื่องนี้ รบกวนแสดงความคิดเห็น
และฝาก e-mail ไว้ได้ทนี่เลยค่ะ...^^

จิ้มค่ะจิ้ม!!!

เพราะคาดว่าจำนวนที่สั่งพิมพ์จะตามจำนวนคนจองเท่านั้น...ไม่น่าจะมีพิมพ์เผื่อ
หรือว่าไปวางไว้ที่ร้านไหนทั้งนั้นค่ะ...เพราะังั้นเจอเพื่อนบอกเพื่อนกันเลยนะจ๊ะ
โปรเจคนี้พรีเมี่ยมส่วนตัวจริงๆค่ะ...ไม่ได้กะทำขาย...ดังนั้น...ของแถมเพียบ...
ทั้งตอนพิเศษ...ทั้งโดจิน...หุหุหุ...


Part 24

“ยูชอน...ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?” จองอิลถามอย่างร้อนใจ
เพียงแค่ได้รับโทรศัพท์ถึงข่าวการหายตัวไปของจุนซูซึ่งจากการสันนิษฐาน
ของยูชอนว่าอาจจะเกี่ยวกับกาฮี เขาพลันนึกขึ้นมาได้ทันทีว่า
ลูกสาวสุดที่รักของตัวเองก็หายตัวไปเช่นกัน


“ผมไม่อยากคิดว่ากาฮีเป็นคนทำ...แต่...ทุกอย่าง
มันชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆครับ” ร่างสูงเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจ


ทว่าจู่ๆโทรศัพท์มือถือของยูชอนก็ดังขึ้นเป็นเสียงข้อความเข้า
มือแกร่งคงไม่สนใจจะรับมันหากไม่เพราะเลขหมายต้นทาง
เป็นเบอร์ที่คุ้นเคย...


...ข้อความนั้นถูกส่งมาจากโทรศัพท์ของปาร์ก กาฮี...
ไม่ใช่เพียงข้อความธรรมดา แต่เป็นไฟล์วีดีโอไฟล์หนึ่งที่เมื่อเขาเปิดดู
กลับทำให้หัวใจเขาแทบสลาย น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนเอ่อคลอขอบตาคม
ภาพของจุนซูถูกมัดมืออยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า น้ำตาไหลอาบแก้ม
แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวมองมายังกล้องราวกับจะเรียกหาเขา...


“คุณอาครับ...พอจะทราบไหมครับว่าที่นี่มันที่ไหนกัน?”
ร่างสูงส่งโทรศัพท์ให้จองอิลดูภาพในนั้นด้วยมืออันสั่นเทา
หากทำได้เขาอยากจะรีบไปช่วยให้เร็วที่สุด...
แต่ก็จนปัญญาที่จะรู้ว่าจุนซูอยู่ที่ไหน?


“ทำกันขนาดนี้เชียวเหรอ?...ที่นี่มันคอนโดส่วนตัวของกาฮี...ฉันจำได้”
จองอิลจ้องมองภาพบรรยากาศห้องที่ฉายอยู่บนจอ เขาเองก็นึกไม่ถึง
ว่าลูกสาวสุดที่รักจะกล้าทำอะไรได้ถึงขนาดนี้ หากจะโทษ...
คงเป็นความผิดของเขาที่ไม่รู้จักอบรบสั่งสอน ปล่อยให้กาฮี
เติบโตมาบนกองเงินกองทองโดยปราศจากการดูแลอย่างใกล้ชิด
ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ...


“รีบไปเถอะครับ...” ยูชอนพูดได้เพียงเท่านั้น เขาพยายามข่มความโกรธ
ที่ปะทุอยู่ภายในอย่างสุดกลั้น ไม่อาจรู้ได้ว่าหากได้พบกับผู้หญิงคนนั้นในเวลานี้
ยูชอนจะสะกดกลั้นไม่ให้ทำร้ายหล่อนได้หรือไม่...


รถยนตร์คันหรูแล่นผ่านถนนไม่รู้กี่สาย ด้วยความเร็วเท่าไรก็ไม่รู้ได้
มีเพียงแค่หัวใจที่ร้อนรนราวกับไฟสุม กับความกลัวที่ค่อยๆ
คลืบคลานเข้ามาเกาะกุม จองอิลที่นั่งอยู่ข้างๆได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลา
ของหลานชายที่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวด้วยความเป็นห่วง
ขณะที่อีกใจหนึ่งพลันนึกถึงลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง...


...กาฮี ได้โปรด...ลูกอย่าทำอะไรบ้าๆเลยนะ...


*******************************************************


ร่างเล็กกรีดร้องจนไม่เหลือเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีสด
ที่บวมช้ำได้มากไปกว่าเสียงครางอย่างน่าสงสาร เสื้อผ้าที่ขาดวิ่น
จนแทบไม่เหลือชิ้นดีถูกสวมกลับคืน ร่างกายเขาเหมือนไม่ใช่ร่างของตัวเอง
ร้อน...ราวกับอยู่บนกองไฟ กระนั้นมือทั้งสองข้างที่ถูกพันธนาการยังคง
กระตุกรุนแรงจนเส้นเชือกบาดผิวเนื้อขาวให้เลือดออกซิบ
ดวงตากลมรื้นน้ำตาหรี่ปรือด้วยความทรมานฉายแววอ้อนวอน...


“หนังจบไปแล้วนะ คิม จุนซู...ทำไมล่ะ...ยังมีอารมณ์อยู่อีกเหรอ?”
หญิงสาวยิ้มเหยียด รู้สึกสะใจกับผลงานตรงหน้า จากนี้ไปจุนซูคงไม่มีหน้า
ไปพบยูชอนอีกแล้ว...


โครม


เสียงประตูห้องถูกถีบให้เปิดออก สองร่างบนเตียงหันควับไปยังต้นเสียง
ดวงตาสวยคมของกาฮีเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างสูงยืนอยู่หน้าห้อง
ใบหน้าหล่อเหลาโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยเห็น ทว่าผู้มาเยือนยามวิกาล
กลับไม่ใช่เพียงแค่ร่างสูง


“ยูชอน...คุณพ่อ” เสียงหวานหลุดออกมาจากริมฝีปากสีจัดด้วยความตระหนก


ทันที่ที่เขาเห็นภาพในห้องนั้น หัวใจทั้งดวงหล่นวูบ ร่างเล็กถูกตรึง
ด้วยเชือกอยู่กับหัวเตียง เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย ใบหน้าหวานแดงก่ำ
เปื้อนไปด้วยน้ำตาหรุบลงต่ำไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา...


“จุนซู” ยูชอนไม่อยากจะคิดว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับร่างเล็กตรงหน้า


“พวกแกทำอะไรเขา...หา!” ดวงตาคมตวัดไปยังชายอีกสองคนในห้อง
พลางสาวเท้าเข้าหาก่อนจะกระชากคอเสื้อหนึ่งในสองคนร้ายเข้าหา
และเหวี่ยงกำปั้นใส่ไม่ยั้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวราวกับสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง
จนจองอิลต้องเข้าห้าม เพราะกลัวว่าผู้เป็นหลานชายจะพลั้งมือ
ฆ่าคนด้วยโทสะไปเสียก่อน...


“ยูชอน...ตอนนี้อาว่าเธอไปดูจุนซูก่อนดีกว่านะ” ผู้สูงวัยเตือนสติ


จองอิลจำได้ดีว่าสองคนนั่นเป็นคนขับรถที่เขาจ้างมาให้คอยบริการลูกสาว
เพียงคนเดียวของเขา


“ส่วนพวกแก...ออกไปซะ...ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจ...
แล้วอย่าได้โผล่มาให้เห็นหน้าอีกเป็นอันขาด” ทันทีที่สิ้นเสียง
ชายสองคนนั่นรีบพาร่างอันสะบักสะบอมจากฝีมือของยูชอน
ออกจากห้องไปแทบไม่ทันด้วยความกลัว จองอิลไม่ต้องการให้เรื่องราวนี้
บานปลาย หากจับสองคนนั่นส่งตำรวจ จุนซูจะต้องกลายเป็นผู้เสียหาย
และถูกสอบสวนอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น
จุนซูคงบอบช้ำกว่านี้อีกมากนัก...


ร่างสูงเดินตรงไปยังหญิงสาวที่ยังคงยืนตะลึงอยู่ มือหนายกขึ้นสูงเตรียม
ฟาดลงบนใบหน้าสวยจัดเต็มแรงทว่ากลับถูกรั้งไว้ด้วยเสียงแหบหวานที่สั่นเครือ


“ยูชอนอย่า...อย่าทำเขา”


“จุนซู...นายจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ทำไม?” ยูชอนโวยวายเสียงลั่น ไม่เข้าใจว่า
ทำไมร่างเล็กต้องห้ามเขาทั้งๆที่ถูกทำถึงขนาดนี้


“ช่วย...พาฉันไปจากที่นี่ที” เพียงแค่คำขอร้องนั้นร่างสูงทิ้งความโกรธทั้งหมด
ตรงเข้าไปแก้มัดและรั้งร่างเล็กไว้แนบอก ยูชอนอุ้มร่างของจุนซูขึ้น
ก่อนจะตรงไปยังประตูห้อง ทว่าเมื่อสบตากับจองอิลทำเอาขายาว
ที่กำลังจะก้าวออกไปหยุดชะงักลง...


“พวกเธอไปกันเถอะ...ฉันมีอะไรต้องคุยกับกาฮีหน่อย
จุนซู...อาจจะฟังดูง่ายเกินไป...แต่อาขอโทษแทนกาฮีด้วย...
ถ้าจะโกรธก็มาลงที่ฉันเถอะ เป็นเพราะฉันเป็นพ่อที่ไม่ดี...อบรมลูกไม่เป็น”
ปาร์ก จองอิลเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะหันไปมองกาฮีที่นั่งหน้าถอดสีด้วยแววตาเจ็บปวด


…กาฮี…พ่อรักลูกผิดวิธีจริงๆ…


...


...


...


ตลอดทางร่างเล็กเอาแต่นั่งเงียบจนยูชอนอดรู้สึกอึดอัดไม่ได้
ไม่ว่าเขาจะถามอย่างไรจุนซูก็ได้แต่ส่ายหัวและไม่พูดไม่จา ดวงตากลมสีอ่อน
ที่เคยฉายแววสดใสถูกแทนที่ด้วยแววตาที่ต่างไปจากเดิม มือเล็กกอดตัวเองแน่น
สลับกับการหอบเป็นระยะๆ ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่โผล่พ้นออกมาจาก
เสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาที่ยูชอนสวมให้เรื่อสีขึ้นจนดูราวกับเพิ่งออกมา
จากห้องซาวน่าร้อนจัด


“จุนซู…นาย…โอเคมั้ย?” ร่างสูงถามเบาๆด้วยความเป็นห่วง มือใหญ่ข้างหนึ่ง
เอื้อมมาลูบศีรษะกลมเบาๆอย่างปลอบโยน ทว่าร่างเล็กกลับเบี่ยงตัวหลบ
สัมผัสนั้นพลางขยับตัวห่างออกไปจนแทบจะหล่นเข้าไปในซอกประตูรถอยู่แล้ว…


คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยกับท่าทางแปลกๆนั่น ความจริง
เขาไม่อยากเอ่ยถึงเลยว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้น
เพราะกลัวร่างเล็กจะเสียใจ แต่ก็ไม่อยากคิดเองจากสิ่งที่เห็น
ความรู้สึกหลายอย่างทับถมกันอยู่ภายในจนยูชอนต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ…


ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกพลางหันไปมองคนข้างกายก่อนจะหรุบตาลงต่ำ
ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นอย่างครุ่นคิด


“ยุ…ยูชอน…พาฉันไปที่บ้านนายได้ไหม?”


“ได้…แต่นายต้องตอบฉันก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…แล้วพวกนั้น
ทำอะไรนายบ้างรึเปล่า?” ยูชอนตัดสินใจเบรครถในทันที
แม้จะกลัวจุนซูเสียใจ…แต่เขาห่วงร่างเล็กนี้เหลือเกิน
อย่างไรเสียก็ต้องรู้เรื่องให้ได้…


“อ๊ะ~!” ร่างบางสะท้านขึ้นสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกจากการเบรค
อย่างกระทันหัน ดวงตาฉ่ำน้ำที่ตวัดมองคนข้างกายฉายแววขัดใจ
มือเล็กกอดตัวเองแน่นขึ้นกว่าเดิมพลางฟุบหน้าลงบนเข่าของตัวเอง


“จุนซู...นายเป็นอะไรกันแน่” สิ่งที่เห็นนั้นผิดสังเกตจนยูชอน
ต้องเอ่ยปากถามอีกครั้ง คงมีอะไรที่เขายังไม่รู้เกิดขึ้นกับคนตรงหน้า
แต่ไม่ว่าจะคาดคั้นอย่างไร จุนซูกลับเอาแต่ปิดปากเงียบ


“บอกว่าให้พาไปที่บ้านนายก็พาไปสิ...อย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้มั้ยเล่า?”
ร่างเล็กขึ้นเสียงอย่างร้อนรน


“จุนซู...พอรู้ว่านายหายตัวไป...ฉันเป็นห่วงนายจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ
อยากจะรู้ว่านายเป็นยังไง ปลอดภัยดีรึเปล่า ใครทำอะไรนาย…ฉัน…”
เสียงทุ้มขาดหายไปจนจุนซูต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลับมีเพียงแค่ของเหลวใส
ที่ไหลออกมาจากดวงตาคมทั้งสองข้างจนหัวใจของร่างเล็กเสียดยอกไปหมด…
ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากพูด…แต่ตอนนี้…


“พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก…คุณกาฮีเข้ามาห้ามไว้ทันน่ะ”
จุนซูเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าร้อนรนกับพยายามต่อสู้กับอะไรสักอย่างสุดแรง
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นทั่วใบหน้าหวานทำเอาร่างสูงที่มองกลับมาต้องขมวดคิ้ว
ด้วยความข้องใจ มือใหญ่เอื้อมช้าๆสัมผัสเรือนผมสีน้ำตาลสวยอย่างเบามือ
ทว่าเมื่อสัมผัสกลับถูกอีกคนที่สะดุ้งสุดตัวปัดมือออก…


“อย่าโดนตัวฉัน…ยุ…ยูชอน…ได้โปรด…พาฉันไปที่บ้านนาย…”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก มือเล็กที่กอดเข่าอยู่
ออกแรงจิกแขนตัวเองแน่นจนรู้สึกเจ็บ หวังว่าความเจ็บปวดจะช่วยบรรเทา
อาการแปลกๆที่เขาต้องต่อสู้อยู่ขณะนี้


ทว่าสิ่งนั้นไม่อาจหลุดรอดสายตาคมที่จ้องกลับมาอย่างพิจารณา
มีอะไรมากกว่านั้นที่จุนซูยังไม่ได้บอกเขา อาการแปลกๆแบบนี้เหมือนกับ…


“จุนซู…กาฮีเอายาอะไรให้นายกินใช่มั้ย?”
ดวงตาคู่สวยหันกลับไปมองคนถามอย่างจนปัญญา…ถ้าเขาไม่พูด
ออกมาให้หมดมีหวังยูชอนซักไม่เลิกแน่ จุนซูสูดหายใจลึกๆ
เรียกออกซิเจนเข้าปอดเพื่อบรรเทาอาการแปลกๆที่เขาต้องต่อสู้กับมัน
มาหลายนาที



“ถ้าแค่นั้นก็ดีน่ะสิ…”ร่างเล็กพึมพำออกไปเบาๆก่อนจะส่งวัตถุชิ้นเล็กๆ
ลักษณะคล้ายรีโมทไร้สายพร้อมกับแผ่นมินิซีดีให้ร่างสูงอย่างหวาดๆ


“ต้นฉบับซีดีที่เขาถ่ายฉันไว้...อย่าห่วงไปเลย มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
เพราะจู่ๆคุณกาฮีก็รู้สึกไม่ดีก็เลยคืนมันให้...แล้วก็นั่น...”
เสียงหวานชะงักหายไปในลำคอเมื่อยูชอนแทรกถามขึ้นมา...


“รีโมทอะไรน่ะ…” นิ้วแกร่งลูบไปมาบนปุ่มเล็กๆของวัตถุสีดำอันนั้นอย่างครุ่นคิด
อาจเพราะน้ำหนักมือที่กดลงไปสวิตซ์ที่หน้าจอจึงเริ่มทำงาน


“อ๊ะ!…ไอ้บ้า…ปิดมัน…อ๊า~!…ปิดมันเดี๋ยวนี้นะ”
เสียงแหบหวานแผดลั่น ร่างทั้งร่างสั่นกระตุกขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม
มือเล็กคว้าจิกเบาะนั่งแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างต้องการที่ยึดเหนี่ยว


ราวกับเปิดสวิตซ์บางอย่างในสมอง ยูชอนเข้าใจในทันทีว่าจุนซูกำลัง
เผชิญกับอะไร ความกังวลที่เป็นมาหลายชั่วโมงกลับถูกแทนที่ด้วยความเอ็นดู…
ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือขำในความใสซื่อของร่างตรงหน้าดี แม้ว่าจะโกรธ
ไอ้สองตัวนั่นที่ทำกับร่างเล็กถึงขนาดนี้ แต่ก็อดทึ่งไม่ได้ว่าทำไมจุนซู
ถึงได้ทนมาจนป่านนี้โดยไม่ยอมปริปากบอกอะไรเขาเลย


“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก…แล้วทิ้งไว้แบบนั้นไม่ทรมานเหรอจุนซู”
มือใหญ่กดปิดรีโมทก่อนจะหันไปยิ้มขำท้าสายตาที่ส่งกลับมา
ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา


“ก็ถึงบอกให้รีบไปบ้านนายไงเล่า…ไอ้บ้าเอ๊ย”
ร่างเล็กเอ่ยออกมาอย่างขัดใจ แม้ทั้งร่างจะร้อนราวกับไฟเผา
กระแสไฟฟ้าอ่อนๆวิ่งปรูดปราดไปทั่วความรู้สึกเสียวแปลบปลาบแล่นริ้วจนทรมาน
ทว่ายังไม่วายส่งเสียงด่าออกมาจนได้ ทำเอาร่างสูงแอบยิ้มกับตัวเองเงียบๆ
ในความน่ารักของคนข้างกาย พลางเร่งความเร็วของรถยนต์เพื่อให้ถึงบ้านตัวเองเร็วที่สุด…


***************************************************************


ร่างเล็กถูกอุ้มวางลงบนเตียงกว้างอย่างแผ่วเบา มือใหญ่ปลดพันธนาการ
กางเกงยีนส์สีเข้มออกก่อนจะรั้งสิ่งปกปิดกายทั้งสองชิ้นออกจากสะโพกมน
ขาเรียวถูกยกตั้งขึ้นเพื่อเปิดทางให้เขาค้นหาสิ่งแปลกปลอมในกาย
ของคนข้างใต้ได้ไม่ยากนัก แต่ด้วยสายตากลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดเลยแม้แต่น้อย


“จุนซู…อดทนหน่อยนะ…”
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูร่างเล็กและมอบจุมพิตปลอบโยนให้หายหวาดกลัว


“อ๊ะ…อื้อ!”
มือเล็กโอบกระชับรอบลำคอหนาแน่นขึ้นเมื่อนิ้วแกร่งชุ่มไปด้วยโลชั่นสีใส
เริ่มแทรกผ่านช่องทางด้านหลังสีสดอย่างช้าๆ กระทั่งสัมผัสได้กับ
วัตถุบางอย่างภายใน แต่ทุกอย่างดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อผนังด้านใน
เกร็งแน่นบีบรัดเจ้าอุปกรณ์อันเล็กนั่นจนเขาไม่สามารถดึงมันออกมาได้
คงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้จุนซูผ่อนคลายมากกว่านี้…


“จุนซู…อย่าเกร็งสิ…อืม”
มือเล็กที่โอบรอบคอร่างสูงออกแรงบังคับให้ใบหน้าหล่อเหลาหันไปรองรับริม
ฝีปากสีสดที่ยื่นมาประทับจุมพิตเร่าร้อนราวกับต้องการจะระบายความคุกรุ่นภายใน
ที่พยายามสะกดกลั้นมาหลายชั่วโมง ลิ้นเล็กสอดแทรกหยอกเย้าดูดดึงอย่างไม่ประสา
ทว่ากลับเย้ายวนให้หลงใหล เขาไม่เคยเห็นจุนซูเป็นแบบนี้
แม้จะรู้ว่าเกิดขึ้นด้วยฤทธิ์ยากระนั้นยูชอนกลับเลือกที่จะปล่อยตัวปล่อยใจ
ตอบสนองสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ มือใหญ่บีบเค้นไปทั่วร่างเล็กและหยุดหยอกเย้า
ยอดอกเล็กที่ชูชันรับสัมผัส ก่อนจะไล้ฝ่ามือหยาบผ่านหน้าท้องเนียนเรียบ
เข้ากอบกุมร่างกายส่วนล่างที่สั่นระริกรอรับสัมผัสนั้น


“อื้อ”
เสียงแหบหวานครางครืออย่างพึงใจ สะโพกมนบิดเร่ารุนแรงสะท้านกายเข้าหาอย่างลืมตัว
ทำเอาความต้องการของเขาเริ่มพุ่งสูงขึ้นจนปวดหนึบไปทั้งร่าง ขณะที่นิ้วแกร่ง
ยังคงพยายามเอาวัตถุเจ้าปัญหาออกจากร่างข้างใต้ซึ่งเริ่มผ่อนคลายลงจาก
สัมผัสที่เขาปรนเปรอให้


“อ๊า~!...ยุ…อื้อ…ยูชอน”
เสียงหวานหวีดขึ้นสุดเสียงเมื่อยูชอนดึงเอาวัตถุทรงกระบอกอันเล็กออกมาได้ในที่สุด
แผ่นอกบางหอบสะท้อนอย่างโล่งใจเมื่อความอึดอัดทรมานถูกปลดปล่อย
สีหน้าที่เคร่งเครียดเริ่มผ่อนคลายแตกต่างจากอีกฝ่ายที่สีหน้ากลับดูทรมานมากกว่าเดิ

ร่างสูงโยนเจ้าอุปกรณ์นั้นทิ้งถึงขยะพลางพลิกตัวออกจากร่างเล็กอย่างเงียบงัน


ดวงตากลมสีอ่อนเหลือบมองคนข้างกายที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา
หากพอเห็นสิ่งที่สะท้อนในดวงตาคม ใบหน้าหวานกลับเรื่อสีขึ้นด้วยความเขินอาย
ที่ยูชอนต้องเป็นแบบนี้คงไม่พ้นเพราะเขาอย่างแน่นอน


“ยูชอน…”


“นอนเถอะจุนซู…นายเพลียมากแล้ว ฉันไม่เป็นไร”
ร่างสูงหันมามองพลางส่งยิ้มอ่อนโยน มือใหญ่ลูบศีรษะกลมเบาๆอย่างปลอบประโลม
แม้แววตาจะขุ่นมัวด้วยแรงปรารถนาที่ยังคงคุกรุ่นกัดกินความรู้สึกข้างใน
ทว่าภาพสะท้อนในดวงตาคมสีเข้มกลับมีเพียงร่างเล็กตรงหน้าที่อ่อนแรง…


...คนเพียงคนเดียวที่รักที่สุด…


จุนซูรู้ดีกว่าใครว่าตอนนี้ยูชอนรู้สึกอย่างไร แต่…เขาควรทำอย่างไรดี…
จะปล่อยให้คนที่รักต้องทรมานแบบนี้หรือ?...


“ยูชอน…ยามัน…ยังไม่หมดฤทธิ์…นาย…ช่วยฉันที”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางขยับตัวคร่อมร่างสูงที่นอนเบิกตาโพลง
เพราะคิดไม่ถึงว่าร่างเล็กจะกล้าทำถึงขนาดนี้ ขณะที่จุนซูเองกลับอาย
แทบแทรกแผ่นดินหนี อายตัวเองที่พูดออกไปทั้งๆที่ความจริงไอ้ยาที่ว่า
มันหมดฤทธิ์ไปตั้งนานแล้วแท้ๆ ทั้งอายที่ต้องทำท่ายั่วยวนเชิญชวนผู้ชาย
ทั้งๆที่ไม่เคยคิดจะทำ…


…แต่ยูชอนไม่รู้นี่…มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้…


…เลยตามเลยก็แล้วกัน…


“จุนซู…” เสียงทุ้มครางแหบพร่า ดวงตาคมค่อยๆปิดลง ยอมแพ้กับ
ความต้องการของตัวเองและสิ่งที่ร่างเล็กเรียกร้องปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ผัสสะนำทาง ไม่ว่าจะอย่างไรคนในอ้อมกอดก็ยังคงเป็นคนเดิม
ที่เขารักที่สุดไม่เปลี่ยนแปลง…











*************************************************************

TBC ตอนที่ 25 จ้า...^^

ENDLESS LOVE [~Intro~]

posted on 08 Jul 2008 23:29 by wiyakorn  in ENDLESS-LOVE

Title : ENDLESS LOVE

Author : virgindevil

Couple : Yunjae, Yoosu (Feat.Changmin)

Rate : PG 15 - NC 17

Type : Romantic Fantasy

Talk : สวัสดีค่ะ...เอาอินโทรเรื่องนี้มาลองแปะดู...

ความจริงฟิคเรื่องนี้เราตั้งใจเขียนไว้สำหรับการเปิดบอร์ดของน้องคนหนึ่ง...

ไม่รู้ว่าจะมีใครแอบเข้ามาอ่านกันบ้างรึเปล่า...แต่ถ้าเผลอหลงเข้ามาอ่านแล้ว...

ได้แต่บอกว่าอย่าทวงเลยนะคะ...เพราะโปรเจคฟิคเรื่องนี้คงอีกยาวนานพอสมควร...

เพราะบอร์ดดังกล่าวยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จเลยเหอะ...

ไอ่คนเขียนก็เลยค่อยๆเขียนแบบคืบคลาน...ฮ่าฮ่า...

ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแฟนเมดเรื่องหนึ่งของบอร์ด withyoonjae ...

ซึ่งเราเอาไปแปลและฝังซับไทยไว้เรียบร้อยแล้ว...หากมีโอกาส

จะเอามาแปะให้ได้ยลกันค่ะ...แต่บอกได้คำเดียวว่าแฟนเมดดังกล่าว...

อลังการงานสร้างดาวล้านดวงสุดๆเหอะพี่น้อง...

ปล...รู้สึกยังไงกับอินโทรเรื่องนี้รบกวนช่วยกันแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ...

เพราะเป็นแนวที่ไม่เคยเขียน...แต่แอบอยากลองเขียนล่ะ...^^

ปลล...โคลงเปิดเรื่อง...ไม่ได้ไปเอามาจากวรรณคดีเรื่องไหนหรอกค่ะ...

เราแต่งเอง...โคลงบทนี้ความจริงแต่งไว้นานแล้ว...

แต่เนื้อหาเข้ากับฟิคเรื่องนี้สุดๆ...เลยเอามาแปะเป็นบทนำเรื่องค่ะ...^^

********************************************************************************

 

ทิวานภาสร่างอ้า              อรุณ

แสงส่องใจละมุน             อุ่นข้าฯ

รักเพียงต่างสกุล             ผิดที่ รักฤา

ตราบชั่วดินดับฟ้า          มิสิ้นรักเอย

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

ท้องฟ้าอันแสนกว้างใหญ่ไพศาลสะท้อนสีสันแตกต่าง​​กว่าที่เคย

ราวกับว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามิใช่แดนมนุษย์

วิหารสีขาวทรงหกเหลี่ยมตระการตาล่องลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้า

ช่างสวยงามจนยากจะสรรหาถ้อยคำใดมาบรรยาย

ลึกเข้าไปภายในประตูสีขาวบานใหญ่ที่สลักเสลาลวดลายประณีตงดงาม

ปรากฎเป็นห้วงน้ำสีครามลึกสุดลูกหูลูกตา รอบๆห้องโถงใหญ่นั้น

ประดับด้วยเสาสูงหกต้น เบื้องบนของเสาทุกต้นมีร่างสูงสง่าของเทวดารักษาการณ์

ดวงตาทุกคู่ของเหล่าเทวดาต่างพร้อมใจกันจับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของห้วงน้ำนั้น

เพียงชั่วอึดใจพลันปรากฎแท่นหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาลอยเด่นอยู่เหนือพื้นน้ำ

ที่ใจกลางของแท่นหินนั่นมีร่างของเทพบุตรผู้หนึ่งถูกตรแน่นอยู่ภายใต้วงรัศมีแสง

สีขาวนวลล้อมรอบกายราวกับโซ่ตรวน เค้าหน้าของเทพบุตรรูปนั้นหล่อเหลาคมคาย

ราวกับรูปสลัก

 

 

 

 


…ทว่า…แววตาที่สะท้อนกลับมาให้เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่า…อันแสนเศร้า…

 

 

 

 

 

 

…รัศมีแสงสีนวลที่สัมผัสได้นั้นก่อความรู้สึกประหลาดในหัวใจ…

 

 

 

 

 


…อบอุ่น…แต่แสนเจ็บปวด…

 

 

 

 


…ที่แห่งนี้…

 

 

 

 

 

 

…สรวงสวรรค์…

 

 

 

 

 

 

…หรือ…

 

 

 

 

 

 

…แดนนรก…กันแน่…

 

 

 

 

 

 

พลันหมู่เมฆเคลื่อนไหวรุนแรง เสียงลมแหวกผ่านอากาศอื้ออึง

พายุโหมกระหน่ำกรีดผ่านผิวเนื้อจนเจ็บเสียดไปถึงหัวใจ

ท้องฟ้ากลับแปรเปลี่ยน จากที่เคยสว่างไสวกลายเป็นมืดมิดสุดจะพรรณนา

ไม่ว่าจะมองไปทางใดสิ่งที่เห็นกลับมีเพียงรัตติกาลอันน่าสะพรึงกลัว

มองไม่เห็นแม้กระทั่งฝ่ามือของตัวเอง ความหนาวเหน็บแล่นริ้ว

ไปทั่วสรรพางค์กายราวกับจะบาดผ่านผิวเนื้อลึกลงไปถึงกระดูก

พาให้เจ็บปวดแทบขาดใจ…

 

 

 

 

...

 

 

 

 

...

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

“ยุนโฮ…หาข้าให้พบ…สัญญาระหว่างเราสลักลึกอยู่ในหัวใจเจ้า…”

 

 

 

 

 

 

“ผู้เป็นที่รักของข้า”

 

 

 

 

 

 

น้ำเสียงอันแสนหวานดังก้องอยู่ในโสตประสาท อ่อนหวานแต่กลับ

แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย เงาเลือนรางของใครบางคนค่อยๆก่อตัว

เป็นรูปร่างอยู่ตรงหน้า ร่างกายอันแสนบอบบางที่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง

เส้นผมสีดำสนิทยาวสยายพัดพลิ้วตามแรงลม ผิวกายขาวผ่องเนียนละเอียด

ราวกับจะเรืองแสงได้ หากสิ่งสะดุดตาที่สุดคือใบหน้าที่งดงาม

จนยากจะสรรหาคำใดมาพรรณนา งดงามยิ่งกว่าอิสตรีใดในโลกหล้า

ยามเมื่อดวงตากลมสีรัตติกาลจ้องมองตอบกลับมาทำให้ร่างทั้งร่าง

ราวกับถูกตรึงด้วยไม้กางเขนหนักอึ้งจนยากจะขยับกาย

ความโศกเศร้าเหลือคณาที่สะท้อนในแววตาคู่นั้นฉุดให้เขา

ดำดิ่งลงสู่ความมืดมนอันน่าสะพรึงกลัว

ทว่ายิ่งพยายามจับรายละเอียด เงาร่างนั้นกลับยิ่งจางหาย

จนเหลือเพียงหมอกควันบางเบาโอบล้อมอยู่รอบตัวเขา…

 

 

 

 

 

 

…สัมผัสอันแสนคุ้นเคย…ราวกับว่า…

 

 

 

 

 

 

…เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน…

 

 

 

 

 

 

...ณ ที่ใดที่หนึ่ง...

 

 

 

 

 

 

…เมื่อนานแสนนานมาแล้ว…

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

 

 

“…ยุนโฮ…”

 

 

 

 

 

 

“…จงจดจำแววตานี้ไว้…”

 

 

 

 

 

 

“…จดจำความรู้สึกนี้…”

 

 

 

 

 

 

“…ชาติหน้าข้าจะไม่มอบท่านให้ใครอื่นอีก…”

 

 

 

 

 

 

“…ท่านจะต้องหาข้าพบเมื่อแรกเห็น…”

 

 

 

 

 

 

“…ข้าช่วยท่านได้เพียงเท่านี้…”

 

 

 

 

 

 

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอบอวลอยู่ในหัวใจ ราวกับถ้อยคำบอกลาครั้งสุดท้าย

น้ำเสียงนั้นแสนเศร้าชวนให้ผู้ได้ยินต้องหลั่งน้ำตา

ความรู้สึกที่ไม่อาจพรรณนาอัดแน่นอยู่เต็มอก

จนไม่อาจรู้ได้ว่า…สิ่งที่รู้สึกอยู่ในตอนนี้…

 

 

 

 

 

 

…ความรู้สึกนั้น…คืออะไรกันแน่…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

********************************************************

 

TBC [Part 1]

FRIEND! ตอนที่ 23

posted on 04 Jul 2008 00:57 by wiyakorn  in FRIEND

Talk : แหะ แหะ แหะ...มาต่อช้าได้อีก...แง้ว...หวังว่าจะยังไม่ลืมกันนะคะ...TT^TT...
ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่มาอัพช้ามากเลย...ถ้าบอกว่างานยุ่งโฮกกกกกกก...
จะกลายเป็นแก้ตัวไปมั้ยเนี่ย...แถมตอนนี้แอบสั้น...
(กระโดดหลบรองเท้าคนอ่าน...-[]-')

ปล...เพื่อนๆหลายคนที่อยากให้รวมเล่มฟิคเรื่องนี้...ใจเย็นๆกันนะคะ...
เราอยากทำให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้...เพราะงั้น...
สำหรับใครที่อยากได้จริงๆ...รบกวนช่วยตามไปฝากอีเมล์ไว้ได้เลยค่า...^^

จิ้มค่ะจิ้ม

ปลล...ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ

********************************************************

Part 23

 

ดวงตาคู่สวยมองเหม่อผ่านกระจกใสไปยังความว่างเปล่านอกร้าน
นาฬิกาแขวนผนังบ่งบอกเวลาเกือบสี่ทุ่ม ท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิท
กลับมีฝนโปรยปรายทำให้อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงเรื่อยๆกอปรกับ
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในร้านกระทบผิวกายจนไหล่บางห่อน้อยๆ
สองมือยกขึ้นกอดตัวเองแน่นด้วยความหนาวเหน็บ แม้จะรู้ว่าจุนซู
ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะอยู่กับยูชอน กระนั้นแจจุงกลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
เขากระวนกระวายโดยหาสาเหตุไม่ได้มาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ยิ่งพอมาเห็นว่า
น้องชายร่างเล็กลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ที่เคาท์เตอร์ด้วยแล้ว ความเป็นห่วง
ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทำเอาเขานอนไม่หลับ แม้จะพาซองยุนเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม
แต่สำหรับเขา ไม่ว่าจะพยายามข่มตาเท่าไรก็ไม่เป็นผลจนต้องเดินลงมา
นั่งรอคอยการกลับมาของจุนซูที่ด้านล่าง เหมือนเช่นทุกทีที่เขา
ออกไปดื่มกับยูชอนจนกว่าจะกลับบ้านก็เกือบรุ่งสาง
จุนซูจะคอยนั่งรอเขาแบบนี้เหมือนกัน...


สัมผัสอบอุ่นจากเสื้อคลุมผืนหนาที่ถูกวางลงบนไหล่บางจนเจ้าของร่าง
ต้องหันกลับไปมอง


“ยุนโฮ” แจจุงส่งเสียงครางชื่อคนรักออกมาเบาๆ


“เป็นห่วงจุนซูเหรอ?” ร่างสูงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้พร้อมกับวาดวงแขนแกร่ง
รอบร่างบอบบางจากทางด้านหลังเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นในค่ำคืนเหน็บหนาว
คางเรียววางทับลงบนลาดไหล่ของแจจุงพลางโยกตัวน้อยๆอย่างเอาใจ...


“อืม...ดึกป่านนี้แล้ว...แถมยังลืมเอาโทรศัพท์ไปอีก...จุนซูไม่เคย
กลับดึกแบบนี้...ฉันสังหรณ์ไม่ดีเลยยุนโฮ” เสียงหวานสารภาพเบาๆ
ในเวลานี้เขาเป็นห่วงจุนซูเหลือเกิน...


“คิดมากน่า...จุนซูอยู่กับยูชอนไม่ใช่เหรอ...บางทีหมอนั่นอาจจะค้าง
ที่โรงพยาบาลก็ได้นะ...ไม่ลองโทรไปถามยูชอนดูล่ะ นายจะได้
ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้”


“จริงสิ...ลืมคิดไปเลย...ขอบคุณนะยุนโฮ” แจจุงช้อนสายตาขึ้นมอง
เจ้าของอ้อมกอดอุ่นพลางอมยิ้มน้อยๆ เขามัวแต่กังวลจนลืมคิด
เรื่องง่ายๆแบบนี้ไปได้อย่างไรนะ...ศีรษะทุยเอนพิงแผ่นอกแข็งแรง
ในขณะที่หยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดพอดีมือขึ้นมาโทรหายูชอน...


...


...


...

Rrrrrr Rrrrrr

เสียงโทรศัพท์มือถือรั้งให้ร่างสูงที่กำลังนั่งหลับอยู่ตรงโซฟาสะดุ้งตื่นขึ้นมา
นัยตาสีเข้มเหม่อมองไปยังนาฬิกาแขวนเมื่อเห็นว่าท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างนั้น
เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มบ่งบอกถึงการมาเยือนของรัตติกาล มือใหญ่ควานหา
วัตถุต้นเสียงแสบแก้วหูในกระเป๋ากางเกงก่อนจะกดรับโดยไม่ทันได้มอง
หมายเลขโทรเข้า


“ครับ”


“ยูชอน...นี่ถ้าจะรั้งตัวจุนซูให้อยู่ด้วยก็น่าจะโทรบอกกันซักหน่อยนะ...
ฉันเป็นห่วงน้องรู้มั้ยเจ้าบ้า...แถมจุนซูก็ไม่ได้เอามือถือออกไปด้วยเนี่ย...”
เสียงหวานคุ้นเคยจากปลายสายส่งคำบ่นออกมาเป็นชุด ทำเอาคนที่กำลังงัวเงีย
ตื่นขึ้นเต็มตาทันทีเมื่อได้ยิน

“อะไรนะแจจุง...จุนซูยังไม่ถึงบ้านเหรอ?” ร่างสูงตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
จากปากเพื่อนรัก เขาจำได้ว่าส่งจุนซูออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่
ยังไม่ห้าโมงเย็นเลยนี่นา แล้วนี่มันปาเข้าไปจะสี่ทุ่มแล้ว...


“นายหมายความว่าไงนะยูชอน...แปลว่าจุนซูไม่ได้อยู่ที่นั่นเหรอ?”
น้ำเสียงของแจจุงเริ่มร้อนรน ดวงตาคู่สวยเหลือบมองร่างสูงข้างกายอย่างหวาดหวั่น


“ฉันออกไปส่งเขาที่หน้าโรงพยาบาลตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วนะ...เอางี้...
เดี๋ยวฉันออกไปหาข้างนอก...ส่วนนาย...ลองหาแถวๆบ้านดูนะ...”
ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น คิ้วเข้มขมวดเป็นปมด้วยความเป็นห่วงร่างเล็ก
ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย


“โอะ...โอเค...ฝากด้วยนะยูชอน” น้ำเสียงแจจุงสั่นเครือจนคนฟังเริ่มใจแป้ว


“แค่นี้ก่อนนะ...เดี๋ยวได้เรื่องแล้วฉันจะรีบโทรกลับไป” ยูชอนกดวางหูทันที
หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหมด...เป็นห่วงร่างเล็กไปสารพัด สองขายาวก้าวเร็วๆ
ออกจากห้องพักผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบเพราะกลัวว่าบิดาจะตกใจตื่น...


“ยูชอน...เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงแหบทุ้มรั้งให้มือหนาที่กำลังเปิดประตูหยุดชะงักลงทันที


…พ่อ...ไม่ได้หลับอย่างที่เขาคิด...


“จุนซูหายตัวไปครับ...ผมกำลังจะไปตามหาเขา...”
แววตาสั่นไหวที่มองตรงมายังผู้เป็นบิดาทำเอามยองซูพูดไม่ออก
เขาไม่เคยเห็นยูชอนเป็นแบบนี้เลยจริงๆ...


“เด็กคนนั้น...สำคัญกับแกขนาดนั้นเชียวหรือ?”


“พ่อครับ...ผมรักเขาเท่ากับที่รักตัวเอง...จุนซู...เป็นอีกชีวิตหนึ่งของผม”
ดวงตาคมอ่อนโยนเมื่อพูดถึงร่างเล็ก หากแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญ ร่างสูงเสมองบิดาราวกับจะขออนุญาต


“ไปเถอะ...ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแกถึงรักเขานัก...หาเด็กคนนั้นให้พบ
ฉันก็ไม่อยากให้มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับจุนซูหรอก”
มยองซูยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มสดใสนั่น
รอยยิ้มแบบนั้นไม่ว่าใครเห็นก็อดนึกรักไม่ได้...


“ขอบคุณครับพ่อ” ยูชอนค้อมศีรษะน้อยๆก่อนจะเดินผ่านประตูออกไป


เพียงแค่ก้าวออกจากห้อง ร่างสูงสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตด้วยหัวใจที่ร้อนรน
มันแปลกเกินไปแล้ว จุนซูไม่เคยกลับบ้านผิดเวลา ไม่ว่าจะคิดอย่างไร
ก็วนมาในมุมที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นทุกครั้งไป...


...ลักพาตัว...


ยูชอนวิ่งออกไปจนถึงจุดที่แยกจากร่างเล็กตรงหน้าโรงพยาบาล
ก่อนจะลดความเร็วของฝีเท้าลงจนเป็นเดินช้าๆ ดวงตาคมมองไปรอบๆ
ปากก็ตะโกนเรียกชื่อคนที่กำลังตามหาด้วยความเป็นห่วง...


กระทั่งนัยน์ตาสีเข้มสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงจันทร์
ท่ามกลางความมืดเป็นประกาย ขาเรียวรีบเดินตรงไปยังแสงแวววับนั่น
...สิ่งที่เห็น...


...สร้อยคอพร้อมจี้ไม้กางเขนลวดลายสวยแปลกตา...


...เขาจำได้ไม่มีวันลืม...สร้อยที่จุนซูใส่ติดตัวตลอดเวลา...


“จุนซู...นายอยู่ไหน?” มือใหญ่กำสร้อยเส้นเงินเย็นเฉียบแน่นจนเส้นเลือด
บริเวณหลังฝ่ามือปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด ราวกับหัวใจทั้งดวงหล่นหาย
สิ่งที่อยู่ในมือคือเครื่องยืนยันว่าการหายตัวไปของร่างเล็ก
ดูจะไม่ปกติเสียแล้ว...


ยูชอนพยายามรันสมองสุดชีวิตถึงความเป็นไปได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ
การหายตัวไปของร่างเล็ก...


...ใครทำ...



...จุนซู มีเรื่องกับใคร...



ตลอดเวลาสองปีที่เขาเอาแต่เฝ้ามอง ร่างเล็กแม้จะเป็นคนตรงและปากร้าย
แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางกับใคร ตรงกันข้ามติดจะเป็นที่รัก
ของทุกคนที่พบเห็นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือลูกค้าที่ร้าน...


...แล้วใคร...ใคร...ที่คิดไม่ดีกับจุนซูของเขา...


หากเมื่อหวนนึกถึงตัวเอง ริมฝีปากอิ่มกลับเม้มแน่น...
ดูเหมือนว่าหัวใจเขาจะรู้คำตอบนั้นดีกว่าใคร...


...ปาร์ก กาฮี...


********************************************************



“ยุนโฮ...จุนซูหายไป” เสียงหวานเอ่ยอย่างร้อนรนเมื่อสิ้นสุดการสนทนา
ทางโทรศัพท์ ดวงตากลมใสสีรัตติกาลไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น
มือบางกำอกเสื้อของร่าสูงแน่นราวกับต้องการที่พักพิง


“ใจเย็นๆ...ยูชอนว่าไงบ้าง?” ยุนโฮพยายามปลอบให้ร่างบางคลายความวิตก
อ้อมแขนแข็งแรงกระชับแน่นกว่าเดิมเพื่อปลอบโยน


“หมอนั่นบอกว่า...ออกมาส่งจุนซูตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้ว...แต่นี่มัน 4 ทุ่มแล้วนะยุนโฮ
...ฉัน...ฉันใจไม่ดีเลย...เราออกไปตามหาจุนซูแถวๆนี้กันเถอะนะ...นะ”
เสียงหวานร่ำร้อง หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอดวงตาคู่สวย เขาเป็นห่วงจุนซูเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...เจออุบัติเหตุอะไรรึเปล่า...สมองพาลคิดไปต่างต่างนานา
จนว้าวุ่นไปหมด...


“เอางี้นะแจจุง...นายอยู่กับลูกที่นี่...ส่วนฉันจะออกไปลองตามหาแถวๆนี้ดู...
ทำใจให้สบายก่อน...อาจจะไม่มีอะไรก็ได้...” มือใหญ่ประคองใบหน้าหวาน
พลางใช้นิ้วเกลี่ยซับน้ำตาอย่างอ่อนโยน แจจุงพยักหน้าเร็วๆแทนคำตอบ


“รออยู่ที่นี่นะแจจุง...ห้ามออกไปหาเองเด็ดขาด...นายต้องรอโทรศัพท์
จากยูชอนที่นี่...แล้วดูแลซองยุน...เข้าใจนะ...จุนซูต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฉันสิ”
ยุนโฮกำชับอีกครั้งพลางกดจูบเบาๆที่ริมฝีปากสีสวยก่อนจะคว้าเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่ง
มาสวมทับเสื้อยืดตัวบางและก้าวเร็วๆออกไปจากร้าน...


...จุนซู...ขออย่าให้เป็นอะไรเลย...


**********************************************************


ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนค่อยๆหรี่ปรือขึ้นช้าๆ ต่อเมื่อแสงสว่างจ้าในห้อง
กระทบม่านตาจนเปลือกตาบางต้องกระพริบเร็วๆเพื่อขับไล่ความระคายเคือง
กระทั่งเริ่มปรับตัวได้สิ่งที่อยู่รอบกายจึงเริ่มชัดเจนขึ้น จุนซูค่อยๆกวาดสายตา
สำรวจสภาพห้องที่ไม่คุ้นตาทว่าสิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าคือมือทั้งสองข้าง
ถูกมัดแยกออกจากกันที่เสาเตียงทั้งสองฝั่ง เบื้องหน้ามีกล้องถ่ายวีดีโอ
ที่ตั้งอยู่บนขาตั้งหันด้านเลนส์มายังเขา ร่างเล็กเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
อย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินตรงมาปรับ
อะไรบางอย่างที่กล้องนั้นก่อนจะหันมามองเขา


“คุ...คุณเป็นใคร...จับผมมาทำไม?” เสียงหวานเริ่มสั่นเครือ
เมื่อร่างใหญ่ย่างสามขุมเข้ามา ราวกับเริ่มรับรู้ชะตากรรมของตัวเอง


“คิม จุนซู” เสียงหวานใสดังมาจากด้านข้างรั้งให้ใบหน้าหวานหันไปมอง
รอยยิ้มเหยียดบนเครื่องหน้าสวยคมจัดจ้านด้วยเครื่องสำอางค์นั้น
เขาจำได้ไม่มีวันลืม


...ปาร์ก กาฮี...


“คุณกาฮี...คุณทำแบบนี้ทำไม?...เรามีความแค้นอะไรกันนักเหรอครับ”
โปะยาสลบ จับเขามามัดไว้...จุนซูไม่เข้าใจว่าทำไมกาฮีต้องทำอะไร
ถึงขนาดนี้ด้วย


“เรามีความแค้นอะไรกัน...นี่นายโง่หรือเซ่อกันแน่เนี่ย...
ฉันไม่เคยบอกเหรอว่า...ยูชอนน่ะเป็นของฉัน แล้วถ้าฉันไม่ได้เขาไป
ก็อย่าหวังเลยว่าใครจะได้ โดยเฉพาะคนอย่างนาย...ทำไมถึงไม่หายไปซักที!”
กาฮีกรีดเสียง ดวงตาสวยคมถลึงมองร่างตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว
มือเล็กเรียวลูบใบหน้าหวานเบาๆก่อ