FRIEND! ตอนที่ 20

posted on 16 May 2008 21:28 by wiyakorn  in FRIEND

Talk : ไม่มีอะไรจะบ่นมากไปกว่า...คิดถึงทุกคนจังเลย...ช่วงนี้ยุ่งได้อีก...
ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะว่างเสียที...โฮกกกกกกกกก...
(แอบอิจฉาคนที่กำลังเรียนอยู่ชะมัด...เพราะอิปร้าไม่มีปิดเทอมใหญ่อีกแล้ววววว...)

แหะ แหะ แหะ...คราวนี้มาโหมดบ่นแฮะ...ได้โปรดอย่าถือสาเลยเหอะ...

เอาเป็นว่าไปสนุกกับฟิคดีกว่านะคะ...เรื่องราวดูเหมือนใกล้จะถึงบทสรุปลงไปทุกทีแล้ว...


ปล...เห็นมีหลายๆคนอยากให้รวมเล่มฟิคเรื่องนี้...ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงคิดหนัก
ว่าจะเอายังไงดี...แต่คิดว่าจะรวมนะคะ...อยากให้เป็นแบบพิเศษสำหรับคนที่
อยากได้จริงๆ...เพราะงั้นใครที่อยากได้ก็แวะเข้าไปฝากข้อความแสดงความคิดเห็น
กันได้ที่นี่เลยแล้วกันเน้...

 

จิ้มแสดงความคิดเห็นโล่ดค่ะ



***********************************************************************

Part 20

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลยุนโฮถึงเพิ่งได้รับรู้ว่าซองยุนต้องได้รับการถ่ายเลือด
เป็นประจำ ซึ่งเลือดของแจจุงแม้จะเป็นกรุ๊ปO ก็ไม่สามารถถ่ายให้ได้
เพราะกรุ๊ปเลือดของเจ้าตัวเล็กเป็นกรุ๊ป A ชนิดพิเศษ มีเพียงเขาที่มีเลือด
กรุ๊ปพิเศษชนิดเดียวกันเท่านั้นที่ให้ได้


...การยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าซองยุนคือลูกแท้ๆของเขา...

ร่างสูงก้าวออกมาจากห้องฉุกเฉินภายหลังจากการให้เลือด อารามตกใจทำให้เขา
ไม่มีโอกาสถามแจจุงแม้แต่น้อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับซองยุนกันแน่
เขาหย่อนกายลงข้างๆแจจุงที่นั่งห่อตัวอยู่ตรงม้านั่งด้านหน้าด้วยแววตาเศร้าหมอง

“ผลข้างเคียงจากการที่อึนอาพยายามกินยาฆ่าตัวตายระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้มีผลกระทบ
ถึงเด็กในท้อง ซองยุนมีปัญหาเรื่องระบบเลือดตั้งแต่เกิด เลยต้องถ่ายเลือดเป็นประจำ
และเพราะเลือดของซองยุนเป็นกรุ๊ปพิเศษซึ่งหายากมาก เพราะงั้นเวลาที่ลูก
อาการกำเริบแต่ละทีจึงมักจะอยู่ในสภาวะเสี่ยงตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจะหาเลือดสำรองได้รึเปล่า
จะมีคนใจดีบริจาคให้บ้างไหม...แต่...ทั้งๆที่ช่วงหลังๆมานี้อาการดีขึ้นมากแล้วแท้ๆ.
..
ลูกคงได้ยินคำพูดร้ายกาจของฉัน”
มือบางยกขึ้นปิดหน้าตัวเองปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจไหลอาบแก้ม
เขาเป็นคนทำร้ายลูกแท้ๆเลย…


“แจจุง…อย่าโทษตัวเอง…ถ้าจะผิด ก็ผิดที่ฉัน”
มือแกร่งโอบกระชับไหล่บางที่สั่นระริกเพียงแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม











จุนซูที่เพิ่งเดินกลับมาพร้อมกับถุงใส่กาแฟกระป๋องในมือหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพของ
ยุนโฮและแจจุงนั่งอยู่เคียงกัน เขาเลือกที่จะไม่เดินเข้าไปขัดจังหวะของพี่ชายทั้งสอง
หวังเพียงว่าโอกาสนี้อาจเป็นโอกาสเดียวที่ทำให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี…


“ผมอยากให้พวกพี่มีความสุขเสียทีนะครับ”
จุนซูทำได้เพียงแค่คิดกับตัวเองเงียบๆคนเดียวก่อนจะหันกายเดินออกไปอีกทางหนึ่ง…











…คนหนึ่งเจ็บปวดเพราะภาระที่แบกรับมาตลอด…
ขณะที่อีกคนเจ็บปวดเพราะเพิ่งได้รับรู้ว่าตัวเองคือต้นเหตุของภาระอันยิ่งใหญ่นั้น…











ราวกับความอดทนต่อสู้กับความเจ็บปวดมาตลอด 6 ปีเต็มพังทลายลงในพริบตา
แจจุงปล่อยเสียงร่ำไห้กับแผ่นอกกว้างอย่างไม่อายใคร หัวใจที่เคยคิดว่าแตกสลาย
ไปนานแสนนานพลันสั่นไหวขึ้นอีกครั้งเมื่อสัมผัสถึงความอบอุ่นจากคนที่โหยหา
ความรักที่พยายามกดฝังให้หลับใหลอยู่ในส่วนลึกที่สุดกลับเอ่อล้นขึ้นมา
อย่างไม่อาจควบคุม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยโกรธยุนโฮเลยแม้แต่น้อย
สิ่งเดียวที่ทำให้ไหล่บางนี้ยอมทนแบกปัญหาทุกอย่างไว้กับตัวเพียงเพราะอาจทำให้
เขาสัมผัสถึงสายสัมพันธ์ระหว่างกันได้บ้าง…แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี…



…เพราะ โค อึนอา เป็นภรรยาของยุนโฮ…



…เพราะ ซองยุน เป็นลูกชายของยุนโฮ…



…แต่สำหรับเขา…เป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น…



…สายสัมพันธ์ที่เปราะบาง ไม่หนักแน่นเหมือนความเป็นครอบครัว
เขาแค่อยากจะเป็นส่วนหนึ่ง
ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดสักเพียงใดก็ตาม…



…นั่นเพราะ…ฉันยังคงรักนายไม่เปลี่ยนแปลง…













“แจจุง…นายจะฟังฉันสักนิดได้ไหม?”
เสียงทุ้มดังขึ้นข้างใบหูนิ่มหลังจากรอคอยให้เสียงสะอื้นเบาบางลง


“นายอยากพูดอะไรอีกล่ะ?”
แจจุงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ



…ไม่…แม้แต่จะสบตา…



“ความจริงจากหัวใจฉัน”
ยุนโฮเอ่ย น้ำเสียงหนักแน่น เขาไม่เคยชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองมากมาย
ขนาดนี้มากก่อน
ที่ผ่านมา เป็นเพราะความคลุมเคลือของเขาเพียงคนเดียวถึงกับยอมหลอกลวง
หัวใจตัวเองจนกระทั่งกลายเป็นการทำร้ายหัวใจของคนที่รักอย่างแสนสาหัส


“ฉันควรฟังหรือ…ยุนโฮ”
ดวงตาคู่สวยรื้นน้ำตาช้อนขึ้น จ้องลึกลงไปในดวงตาคมราวกับค้นหา


“อดทนกับฉัน…เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม?...แล้วจากนั้น ฉันจะยอมให้นายพิพากษา…
ได้โปรดเถอะนะ แจจุง”
ดวงตาคมสีเข้มหม่นแสงลง ฉายแววอ้อนวอนจริงจังจนอีกฝ่ายไม่อาจปฏิเสธ


มือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสมือบางที่ถูกวางอยู่บนตักอย่างแผ่วเบาก่อนจะกอบกุมไว้แน่น
โดยปราศจากการขัดขืนจากร่างบางที่หันกลับไปนั่งก้มหน้านิ่งดังเดิม ความอบอุ่น
จากแรงบีบกระชับที่ถูกส่งมาเรียกหยาดน้ำตาเม็ดเล็กร่วงเผาะลงบนหน้าตัก
จนกาเกงยีนส์สีซีดเปียกเป็นวงกว้าง


“อยากจะพูดอะไรก็พูดมา”
แม้น้ำเสียงที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสีสดจะเต็มไปด้วยความเย็นชา
ยุนโฮกลับไม่รู้สึกน้อยใจเลยแม้แต่น้อย
นั่นเพราะตระหนักดีว่าตัวเขาทำอะไรเลวร้ายไว้มากมายแค่ไหน…


“ที่ฉันกลับมาเกาหลี…เหตุผลแรกเพราะต้องกลับมาจัดการเรื่องมรดก
แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ ฉันอยากเจอนาย”
ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ


“เพราะอยากรู้ว่าตลอด 6 ปีที่เราไม่ได้พบกันเลย นายสบายดีไหม?...
แต่กลายเป็นว่าฉันต้องรับรู้ว่าการที่ฉันตัดสินใจหนีทั้งนายและอึนอาไปนั้น
มันเป็นเรื่องที่โง่ที่สุด”
ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางข้างกายที่ยังคงนั่งนิ่ง
มือทั้งสองข้างที่กุมกันอยู่ตรงหน้าตักเริ่มกระชับแน่นขึ้น


ทว่าเมื่อเห็นแจจุงยังคงปิดปากเงียบ เขาจึงตัดสินใจพูดต่อ


“เพราะอึนอาทิ้งจดหมายฉบับนั้นไว้ ฉันถึงได้รู้ความจริงว่า นายกลับต้องมา
รับผลของความงี่เง่าและหุนหันพลันแล่นของฉัน รับผิดชอบในสิ่งที่นาย
ไม่เคยก่อจนต้องเสียอนาคตทั้งหมดไป…”
ริมฝีปากสีสดเริ่มเม้มเข้าหากันแน่นกว่าเดิม แต่ยังคงไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมา
จากปากของร่างบาง เขายังคงนั่งฟังอย่างนิ่งเฉย…


“แต่…แจจุง…นายเคยรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกจะลงเอยกับอึนอา?”
ยุนโฮเปรยคำถามเบาๆอย่างไม่ปรารถนาคำตอบ


“เพราะนายรักเธอน่ะสิ” เสียงหวานแทรกขึ้นในทันที


“เพราะรักนายต่างหาก” ยุนโฮโต้กลับโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด

 

แจจุงไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดรึเปล่า ดวงตากลมตวัดมองคนข้างกายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
ร่างทั้งร่างลุกพรวดขึ้นจากม้านั่ง…



…ไม่เชื่อเด็ดขาด…



…ยุนโฮคิดกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น…



“ยุนโฮ…นายเพ้อเจ้ออะไรออกมาน่ะ?”



มือใหญ่ยังคงจับมือของแจจุงไว้แน่น สิ่งที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคมคู่นั้นมีเพียงความจริงจัง
จนร่างบางหัวใจเต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุม


“โบแจ…นายช่วยนั่ง…แล้วฟังนิทานสักเรื่องได้ไหม?”
ยุนโฮออกแรงรั้งเบาๆเพื่อให้แจจุงนั่งลงข้างๆดังเดิม เขาไม่คิดจะรอคำตอบจากปากของร่างบาง
ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆราวกับคนที่จมอยู่ในภวังค์…


“นานมาแล้วมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายตามครอบครัวมาอยู่ในเมืองใหญ่
เขาถูกส่งให้มาเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อาจเพราะความที่เด็กชายคนนั้นย้ายบ้านบ่อย
เลยทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนนัก หรืออาจเป็นเพราะอยากจะมีเพื่อนรักสักคน
คนแรกที่สะดุดตาที่สุดเมื่อแรกเข้ามาเรียนหนังสือในโรงเรียนใหม่ เป็นคนที่สวยมาก
สวยจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กคนนั้นเป็นผู้ชาย เสียอย่างเดียว เจ้าหมอนั่นหยิ่งชะมัด
ไม่ว่าจะพยายามคุยด้วย ทำบ้าทำบอแค่ไหน ก็เอาแต่นิ่งและมีเพียงแค่
สายตาเย็นชาตอบกลับมา”


ดวงตาคมเหลือบมองไปยังข้างกายก่อนจะเอ่ยต่อ


“แต่สุดท้าย ความพยายามบ้าๆบอๆนั่นกลับทำให้เด็กผู้ชายที่แสนสวยเปิดใจ
ยอมเป็นเพื่อนด้วย รู้ไหมว่าเด็กชายคนนั้นมีความสุขมาก มากเสียจน
อยากให้ช่วงเวลานั้นหยุดนิ่งตลอดไป…สองคนนั้นอยู่ด้วยกันมาตลอดไม่เคยห่างกัน
…จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี…อาจเพราะอยู่ด้วยกันมาตลอด
ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนแปลงผูกพันมากกว่าคำว่าเพื่อน ดูเหมือนเด็กชายคนนั้น
จะก้าวข้ามกำแพงของคำว่าเพื่อนไปโดยไม่รู้ตัว แต่กว่าที่จะรู้สึกตัว
เขาก็…หลงรักเด็กหนุ่มแสนสวยคนนั้นจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว…”


สิ่งที่สะท้อนในแววตาคมมีเพียงแจจุงที่นั่งก้มหน้านิ่ง ริมฝีปากคู่สวยเม้มแน่นราวกับ
พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่าง มือสองข้างจิกเข้าหากันอย่างแรงจนเริ่มสั่นเทา…


“แต่เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร…หลายต่อหลายครั้งที่คนสวยคนนั้นมักจะพยายาม
ให้เขามีแฟน อ้างว่าไม่อยากให้เหงาบ้างล่ะ กลัวเขาขึ้นคานบ้างล่ะ…มันทำให้เขา
คิดเสมอว่าสถานภาพระหว่างกันคงเป็นได้แค่เพียงเพื่อน จนกระทั่งมีหญิงสาวคนหนึ่ง
เข้ามาในชีวิตของทั้งสองคน เด็กหนุ่มคนนั้นถึงเลือกที่จะลองพยายามรักผู้หญิงคนนั้นดู
โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำคือการหลอกตัวเอง…กระทั่งความสัมพันธ์เกินเลย
จนหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก ภาพที่เห็นผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองรัก กับเพื่อน
…ไม่สิ…คนที่รักที่สุดกอดกันต่อหน้าต่อตา…มันเจ็บปวดเหมือนกับมีใครสักคน
เอามีดคมๆมากรีดที่อก ควักหัวใจออกมาแล้วบีบให้แหลกสลายคามือ
…ไม่รู้ว่าที่เจ็บ…เพราะผู้หญิงคนนั้น…หรือเพราะเพื่อนคนนั้นกันแน่”


“พอเถอะ…ยุนโฮ” เสียงหวานพึมพำแหบพร่า มือบางที่กอบกุมกันแน่นสั่นระริก


“นายรู้ไหม…ตลอดเวลาที่ฉันอยู่อังกฤษ ไม่เคยมีสักวันที่ฉันจะมีความสุข ช่วงเวลา
ที่ไม่มีนายอยู่ข้างๆมันเจ็บปวดเหลือเกิน ยิ่งพอรู้ว่านายกับอึนอาแต่งงานกัน
ฉันยิ่งทรมานเสียจนไม่อยากแม้แต่จะหายใจ กลัวการตื่นขึ้นมารับรู้ว่าเรื่องระหว่างเรา
มันจบไปแล้ว กลัวการนอนที่อาจทำให้ฝันถึงคืนวันเก่าๆที่ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม
กลัวแม้กระทั่งการหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรไปแสดงความยินดีกับนาย
…ฉันใช้ชีวิตแบบนั้นมาตลอด 6 ปี…มันทรมานมากนะแจจุง”
เสียงทุ้มเริ่มสั่นเทาจนร่างบางสัมผัสได้ถึงความร้าวรานจากการหลอกลวง
หัวใจตัวเองมานาน ซึ่งเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน


“ยิ่งพอฉันได้กลับมารู้ว่านายต้องแบกอะไรไว้บ้าง…ฉันยิ่ง…ฮึก…”
ยุนโฮพูดไม่ออก ราวกับมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในอก หยาดน้ำตาของความเป็นลูกผู้ชาย
หยดลงบนหลังมือแจจุงที่ถูกกุมเอาไว้แน่นจนไหล่บางสะดุ้ง ดวงตาคู่สวยตวัดมอง
ร่างสูงข้างกายที่พยายามเค้นเสียงเล่าต่ออย่างยากลำบาก


“แล้วพอรู้จากปากจุนซูที่บอกว่านายตายไปแล้ว…ถึงแม้ลึกๆฉันจะรู้ว่า
มันเป็นเรื่องโกหก…แต่ไม่รู้ทำไม…ฉันเสียใจ เสียใจมากกว่าที่รู้ว่า
อึนอาเสียชีวิตไปเพราะอาการป่วยไม่รู้กี่เท่า…ฉันถึงได้รู้ว่า
…ฉันรักนายมาก…มากจนหากโลกนี้ไม่มีนายแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร”
ยุนโฮยกมืออีกข้างขึ้นปาดน้ำตาตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนจะพูดต่อ…


“ฉันไม่มีหน้าจะขอให้นายยกโทษ…ฉันแค่อยากให้นายรู้ความจริง
…ความจริงที่มันยังคงเป็นแบบเดิมในหัวใจฉัน”


“ความจริงที่ยังคงเป็นแบบเดิมในหัวใจนายงั้นเหรอ?...ยุนโฮ…เรื่องของพวกเรา
มันผ่านมานานแล้วนะ สำหรับฉัน…มันไม่ง่ายเลย”
ดวงตาคู่สวยมองลึกลงไปในดวงตาคมราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่
ก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดประตูของคุณหมอร่างใหญ่ใจดี
รั้งให้ชายหนุ่มทั้งสองหยุดการสนทนาลง


“คุณหมอครับ...ซองยุนเป็นยังไงบ้าง?”
ร่างบางลุกพรวดขึ้นจากม้านั่งปรี่เข้าไปหาคุณหมอพลางถามอาการ
ลูกชายด้วยความเป็นห่วง


“ซองยุนปลอดภัยแล้วครับ...โชคดีที่ได้เลือดของคุณคนนี้...ไม่อย่างนั้นคงแย่
เพราะตอนนี้ทางโรงพยาบาลไม่มีเลือดกรุ๊ปของซองยุนสำรองไว้เลย”
คุณหมอคัง แพทย์ประจำตัวของซองยุนตอบด้วยรอยยิ้ม


“ผมเข้าไปเยี่ยมลูกได้ไหมครับ?” แจจุงถามระรัว


“อ่า…เชิญเลยครับ แต่หนูซองยุนยังอ่อนเพลียอยู่มากทีเดียว แปลกนะครับ
คราวนี้คนเก่งของผมพอฟื้นขึ้นมาก็เอาแต่ร้องไห้ตลอดเวลาเลย
ทั้งๆที่ทุกครั้งแกจะเข้มแข็งมาก”


“ขอโทษครับคุณหมอ”
เสียงหวานเอ่ยอย่างสำนึกผิด อีกทั้งสงสารลูกเหลือเกิน ถ้าไม่เพราะเขาพูดจา
ร้ายกาจแบบนั้น อาการของซองยุนคงไม่ทรุดลงแบบนี้


“เชิญเถอะครับ…ผมขอตัวก่อนล่ะ”
คุณหมอร่างใหญ่วางฝ่ามือเบาๆลงบนไหล่บางแทนการให้กำลังใจและขอตัวไปทำงานต่อ



“ความรักที่เคยมีให้นาย ฉันให้มันกับซองยุนไปหมดแล้ว”
แจจุงหันมาพูดเบาๆกับยุนโฮก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องที่ลูกชายพักรักษาตัวอยู่


“แจจุง” ร่างสูงครางออกมาเบาๆในขณะที่เดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้อง


“บางทีพวกเรา…อาจต้องการเวลาสำหรับทบทวนนะยุนโฮ”
ร่างบางหันกลับมาตอบอีกครั้ง คำตอบที่ยุนโฮแทบล้มทั้งยืน



…ต้องการเวลา…



บาดแผลที่เขาเป็นคนสร้างให้กับทั้งตัวเองและแจจุงกัดกินจนหัวใจสองดวงเริ่มด้านชา
ต่างฝ่ายต่างพยายามทิ้งความรู้สึกทั้งหมดเพราะเชื่อว่าความรักนั้นไม่มีทางเป็นไปได้
...



…เวลา…อาจเป็นเครื่องเยียวยาที่ดีที่สุดให้กับหัวใจทั้งสองดวง
คำตอบที่เหมือนไม่ใช่คำตอบ…



…วันคืนไม่มีทางหวนกลับไปเป็นเหมือนเก่าได้อีกแล้วสินะ…


...


...


...



“ป๊ะป๋าาาาาาา…ฮือ ฮือ”
เด็กน้อยที่นอนซมอยู่บนเตียงเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาก็พยายามลุกพรวด
ขึ้นจากที่นอน สองมือเล็กยื่นออกไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าราวกับ
ร้องขอความอบอุ่นอันแสนคุ้นเคย


แจจุงรีบถลาเข้าไปกอดซองยุนแน่น มือบางลูบหัวเด็กน้อยด้วยความรัก
เจ็บปวดที่ตัวเองเป็นคนทำร้ายลูกแสนสาหัส โดยที่ยุนโฮทำได้เพียงแค่
ยืนมองอยู่ห่างๆเท่านั้น เขาไม่กล้าที่จะเข้าไป กลัวว่าการคงอยู่ของตัวเอง
จะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับสองคนตรงหน้า


“ป๊ะป๋าอย่าไล่ซองยุนไปเลยนะ…ซองยุนอยากอยู่กับป๊ะป๋า”
ร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าระหว่างพ่อทั้งสองคนของเขา
เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น…รู้แค่ได้ยินเสียงป๊ะป๋าไล่เขากับป๊ะป๋ายุนออกไป
บอกว่าเขาไม่ใช่ลูก…ซึ่งเพียงเท่านั้นร่างกายก็เกิดเจ็บปวดขึ้นมาเสียเฉยๆ…


“ไม่ไล่…ป๊ะป๋าไม่ไล่ซองยุนไปไหนหรอก ป๊ะป๋าจะอยู่กับซองยุนตลอดไปนะครับ”
ร่างบางร่ำร้องทั้งน้ำตา รู้สึกสงสารเด็กน้อยจับใจ


“ซองยุนไม่ใช่ลูกของป๊ะป๋าเหรอ?...ซองยุนเป็นลูกของป๊ะป๋ายุนเหรอครับ?”
เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความไร้เดียงสา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแจจุงพูดอะไรไม่ออก…



หากทิฐิทำให้ซองยุนต้องเจ็บปวด…เขาก็ยอมที่จะทิ้งมัน…



...เพื่อลูก...



...ครอบครัวของเขา...




“ไม่หรอกครับ…ซองยุนเป็นทั้งลูกของป๊ะป๋า…แล้วก็…เป็นลูกของป๊ะป๋ายุนด้วยไง”
ริมฝีปากสวยจูบซับน้ำตาที่ข้างแก้มนิ่มเบาๆให้คลายโศกเศร้า
ใบหน้าหวานหันกลับไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ห่างๆพลางยืนมือให้ยุนโฮจับ…


…แจจุงจำต้องทิ้งความรู้สึกค้างคาในหัวใจของตัวเองไว้ก่อน
เพียงเพื่อให้ซองยุนสบายใจ...


ดูเหมือนว่ายุนโฮเองก็เข้าใจท่าทางของแจจุงเป็นอย่างดี แขนแกร่งตรงเข้า
สวมกอดสองร่างตรงหน้าแน่น แม้ลึกๆแล้วยังคงเจ็บปวดกับบทสนทนาเมื่อครู่
แต่เพื่อซองยุน...เด็กน้อยไม่ควรต้องรับผลจากการกระทำของผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย...



“อะไรกัน...ก็ซองยุนบอกเองไม่ใช่เหรอว่ายอมให้ป๊ะป๋ายุนเป็นป๊ะป๋าอีกคนได้
เพราะงั้นเราก็ต้องอยู่ด้วยกันหมดเลยไง...ดูสิร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้ว...เจ้าเด็กขี้แย”
ยุนโฮแสร้งทำเป็นร่าเริงพลางลูบหัวเด็กน้อยเบาๆแทนคำปลอบโยน


“จริงนะฮะ...เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะฮะป๊ะป๋า...”
เด็กน้อยออดอ้อนทั้งน้ำตา


“จริงสิ...อืม...แต่ซองยุนคงต้องเรียกป๊ะป๋าว่ามาม้า...แล้วเรียกป๊ะป๋ายุนว่า
ป๊ะป๋าแล้วล่ะ...จะได้ไม่งง ดีไหม?”
ร่างสูงกระเซ้าเจ้าตัวเล็กให้ได้หัวเราะในขณะที่ตัวเองก็หัวเราะแห้งๆพลางแอบเหลือบมอง
ร่างบางในอ้อมกอดที่ยืนนิ่งเงียบด้วยแววตาไม่สู้สบายใจนัก



...ยุนโฮรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนต้องเจ็บปวด...



...ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีวันลบเลือนไปได้...



...เขาไม่มีทางยกโทษให้ตัวเองได้...



...ทุกอย่าง...คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแจจุงแล้ว...




***********************************************************

TBC [Part 21]

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เรื่องกำลังเข้มข้นเลย
แจจ๋าจะใช้เวลาทบทวนมากเปล่าเนี้ย
แต่ยังไงหมียุนก็รอได้
รีบปรับความเข้าใจกันนะ
อยากอ่านแบบหวาน ๆ บ้าง

#1 By >3< (202.149.25.233) on 2008-05-16 23:21

งืมๆยังไม่ได้อ่านตอนแรก
ไปอ่านก่อนน้า ><
yoosu ขอบคุณค่ะที่มีฟิคให้อ่าน

#2 By All Su on 2008-05-19 14:31

แอบน้ำตาซึมนะเนี่ย...ซึ้งง่ะ...
ซองยุน น่ารักมากมาย
พวกนาย...ต้องสร้างครอบครัวที่น่ารักขึ้นมาอีกครั้งให้ได้นะ...cry

#3 By jungjiyoo (118.172.52.222) on 2008-05-19 20:30

อ่านแล้วอินเหมือนกันนะคะนี่ 2คู่ 2 รส คู่แรกเป็นอะไรที่น่าสงส้านนสงสาร คู่น้องเซี้ยะก็คุ่กัดฟัดกันนัวเนีย แถมคู่หลังนี่หลายรสชาดิดีนะคะอินคร่า น้ำตาซึมฮือๆๆ

#4 By อาจุมม่าบ้า5เทพ (124.121.228.150) on 2008-06-12 18:14

ตามมาจากเด็กดีจร้าาาา....

ชอบเรื่องนี้มากเลยอ่ะ friend อ่ะ...

นี่ขนาดแต่งเรื่องแรกนะเนี่ย...

ยังได้จัยขนาดนี้เลยอ่ะ...

แต่งต่อไปเรื่อยๆนะ...

เอาใจช่วย

yunjae yoosubig smile double wink

#5 By kp (61.7.133.221) on 2008-07-04 00:28