FRIEND! ตอนที่ 23

posted on 04 Jul 2008 00:57 by wiyakorn  in FRIEND

Talk : แหะ แหะ แหะ...มาต่อช้าได้อีก...แง้ว...หวังว่าจะยังไม่ลืมกันนะคะ...TT^TT...
ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่มาอัพช้ามากเลย...ถ้าบอกว่างานยุ่งโฮกกกกกกก...
จะกลายเป็นแก้ตัวไปมั้ยเนี่ย...แถมตอนนี้แอบสั้น...
(กระโดดหลบรองเท้าคนอ่าน...-[]-')

ปล...เพื่อนๆหลายคนที่อยากให้รวมเล่มฟิคเรื่องนี้...ใจเย็นๆกันนะคะ...
เราอยากทำให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้...เพราะงั้น...
สำหรับใครที่อยากได้จริงๆ...รบกวนช่วยตามไปฝากอีเมล์ไว้ได้เลยค่า...^^

จิ้มค่ะจิ้ม

ปลล...ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ

********************************************************

Part 23

 

ดวงตาคู่สวยมองเหม่อผ่านกระจกใสไปยังความว่างเปล่านอกร้าน
นาฬิกาแขวนผนังบ่งบอกเวลาเกือบสี่ทุ่ม ท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิท
กลับมีฝนโปรยปรายทำให้อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงเรื่อยๆกอปรกับ
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในร้านกระทบผิวกายจนไหล่บางห่อน้อยๆ
สองมือยกขึ้นกอดตัวเองแน่นด้วยความหนาวเหน็บ แม้จะรู้ว่าจุนซู
ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะอยู่กับยูชอน กระนั้นแจจุงกลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
เขากระวนกระวายโดยหาสาเหตุไม่ได้มาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ยิ่งพอมาเห็นว่า
น้องชายร่างเล็กลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ที่เคาท์เตอร์ด้วยแล้ว ความเป็นห่วง
ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทำเอาเขานอนไม่หลับ แม้จะพาซองยุนเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม
แต่สำหรับเขา ไม่ว่าจะพยายามข่มตาเท่าไรก็ไม่เป็นผลจนต้องเดินลงมา
นั่งรอคอยการกลับมาของจุนซูที่ด้านล่าง เหมือนเช่นทุกทีที่เขา
ออกไปดื่มกับยูชอนจนกว่าจะกลับบ้านก็เกือบรุ่งสาง
จุนซูจะคอยนั่งรอเขาแบบนี้เหมือนกัน...


สัมผัสอบอุ่นจากเสื้อคลุมผืนหนาที่ถูกวางลงบนไหล่บางจนเจ้าของร่าง
ต้องหันกลับไปมอง


“ยุนโฮ” แจจุงส่งเสียงครางชื่อคนรักออกมาเบาๆ


“เป็นห่วงจุนซูเหรอ?” ร่างสูงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้พร้อมกับวาดวงแขนแกร่ง
รอบร่างบอบบางจากทางด้านหลังเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นในค่ำคืนเหน็บหนาว
คางเรียววางทับลงบนลาดไหล่ของแจจุงพลางโยกตัวน้อยๆอย่างเอาใจ...


“อืม...ดึกป่านนี้แล้ว...แถมยังลืมเอาโทรศัพท์ไปอีก...จุนซูไม่เคย
กลับดึกแบบนี้...ฉันสังหรณ์ไม่ดีเลยยุนโฮ” เสียงหวานสารภาพเบาๆ
ในเวลานี้เขาเป็นห่วงจุนซูเหลือเกิน...


“คิดมากน่า...จุนซูอยู่กับยูชอนไม่ใช่เหรอ...บางทีหมอนั่นอาจจะค้าง
ที่โรงพยาบาลก็ได้นะ...ไม่ลองโทรไปถามยูชอนดูล่ะ นายจะได้
ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้”


“จริงสิ...ลืมคิดไปเลย...ขอบคุณนะยุนโฮ” แจจุงช้อนสายตาขึ้นมอง
เจ้าของอ้อมกอดอุ่นพลางอมยิ้มน้อยๆ เขามัวแต่กังวลจนลืมคิด
เรื่องง่ายๆแบบนี้ไปได้อย่างไรนะ...ศีรษะทุยเอนพิงแผ่นอกแข็งแรง
ในขณะที่หยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดพอดีมือขึ้นมาโทรหายูชอน...


...


...


...

Rrrrrr Rrrrrr

เสียงโทรศัพท์มือถือรั้งให้ร่างสูงที่กำลังนั่งหลับอยู่ตรงโซฟาสะดุ้งตื่นขึ้นมา
นัยตาสีเข้มเหม่อมองไปยังนาฬิกาแขวนเมื่อเห็นว่าท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างนั้น
เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มบ่งบอกถึงการมาเยือนของรัตติกาล มือใหญ่ควานหา
วัตถุต้นเสียงแสบแก้วหูในกระเป๋ากางเกงก่อนจะกดรับโดยไม่ทันได้มอง
หมายเลขโทรเข้า


“ครับ”


“ยูชอน...นี่ถ้าจะรั้งตัวจุนซูให้อยู่ด้วยก็น่าจะโทรบอกกันซักหน่อยนะ...
ฉันเป็นห่วงน้องรู้มั้ยเจ้าบ้า...แถมจุนซูก็ไม่ได้เอามือถือออกไปด้วยเนี่ย...”
เสียงหวานคุ้นเคยจากปลายสายส่งคำบ่นออกมาเป็นชุด ทำเอาคนที่กำลังงัวเงีย
ตื่นขึ้นเต็มตาทันทีเมื่อได้ยิน

“อะไรนะแจจุง...จุนซูยังไม่ถึงบ้านเหรอ?” ร่างสูงตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
จากปากเพื่อนรัก เขาจำได้ว่าส่งจุนซูออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่
ยังไม่ห้าโมงเย็นเลยนี่นา แล้วนี่มันปาเข้าไปจะสี่ทุ่มแล้ว...


“นายหมายความว่าไงนะยูชอน...แปลว่าจุนซูไม่ได้อยู่ที่นั่นเหรอ?”
น้ำเสียงของแจจุงเริ่มร้อนรน ดวงตาคู่สวยเหลือบมองร่างสูงข้างกายอย่างหวาดหวั่น


“ฉันออกไปส่งเขาที่หน้าโรงพยาบาลตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วนะ...เอางี้...
เดี๋ยวฉันออกไปหาข้างนอก...ส่วนนาย...ลองหาแถวๆบ้านดูนะ...”
ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น คิ้วเข้มขมวดเป็นปมด้วยความเป็นห่วงร่างเล็ก
ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย


“โอะ...โอเค...ฝากด้วยนะยูชอน” น้ำเสียงแจจุงสั่นเครือจนคนฟังเริ่มใจแป้ว


“แค่นี้ก่อนนะ...เดี๋ยวได้เรื่องแล้วฉันจะรีบโทรกลับไป” ยูชอนกดวางหูทันที
หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหมด...เป็นห่วงร่างเล็กไปสารพัด สองขายาวก้าวเร็วๆ
ออกจากห้องพักผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบเพราะกลัวว่าบิดาจะตกใจตื่น...


“ยูชอน...เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงแหบทุ้มรั้งให้มือหนาที่กำลังเปิดประตูหยุดชะงักลงทันที


…พ่อ...ไม่ได้หลับอย่างที่เขาคิด...


“จุนซูหายตัวไปครับ...ผมกำลังจะไปตามหาเขา...”
แววตาสั่นไหวที่มองตรงมายังผู้เป็นบิดาทำเอามยองซูพูดไม่ออก
เขาไม่เคยเห็นยูชอนเป็นแบบนี้เลยจริงๆ...


“เด็กคนนั้น...สำคัญกับแกขนาดนั้นเชียวหรือ?”


“พ่อครับ...ผมรักเขาเท่ากับที่รักตัวเอง...จุนซู...เป็นอีกชีวิตหนึ่งของผม”
ดวงตาคมอ่อนโยนเมื่อพูดถึงร่างเล็ก หากแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญ ร่างสูงเสมองบิดาราวกับจะขออนุญาต


“ไปเถอะ...ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแกถึงรักเขานัก...หาเด็กคนนั้นให้พบ
ฉันก็ไม่อยากให้มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับจุนซูหรอก”
มยองซูยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มสดใสนั่น
รอยยิ้มแบบนั้นไม่ว่าใครเห็นก็อดนึกรักไม่ได้...


“ขอบคุณครับพ่อ” ยูชอนค้อมศีรษะน้อยๆก่อนจะเดินผ่านประตูออกไป


เพียงแค่ก้าวออกจากห้อง ร่างสูงสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตด้วยหัวใจที่ร้อนรน
มันแปลกเกินไปแล้ว จุนซูไม่เคยกลับบ้านผิดเวลา ไม่ว่าจะคิดอย่างไร
ก็วนมาในมุมที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นทุกครั้งไป...


...ลักพาตัว...


ยูชอนวิ่งออกไปจนถึงจุดที่แยกจากร่างเล็กตรงหน้าโรงพยาบาล
ก่อนจะลดความเร็วของฝีเท้าลงจนเป็นเดินช้าๆ ดวงตาคมมองไปรอบๆ
ปากก็ตะโกนเรียกชื่อคนที่กำลังตามหาด้วยความเป็นห่วง...


กระทั่งนัยน์ตาสีเข้มสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงจันทร์
ท่ามกลางความมืดเป็นประกาย ขาเรียวรีบเดินตรงไปยังแสงแวววับนั่น
...สิ่งที่เห็น...


...สร้อยคอพร้อมจี้ไม้กางเขนลวดลายสวยแปลกตา...


...เขาจำได้ไม่มีวันลืม...สร้อยที่จุนซูใส่ติดตัวตลอดเวลา...


“จุนซู...นายอยู่ไหน?” มือใหญ่กำสร้อยเส้นเงินเย็นเฉียบแน่นจนเส้นเลือด
บริเวณหลังฝ่ามือปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด ราวกับหัวใจทั้งดวงหล่นหาย
สิ่งที่อยู่ในมือคือเครื่องยืนยันว่าการหายตัวไปของร่างเล็ก
ดูจะไม่ปกติเสียแล้ว...


ยูชอนพยายามรันสมองสุดชีวิตถึงความเป็นไปได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ
การหายตัวไปของร่างเล็ก...


...ใครทำ...



...จุนซู มีเรื่องกับใคร...



ตลอดเวลาสองปีที่เขาเอาแต่เฝ้ามอง ร่างเล็กแม้จะเป็นคนตรงและปากร้าย
แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางกับใคร ตรงกันข้ามติดจะเป็นที่รัก
ของทุกคนที่พบเห็นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือลูกค้าที่ร้าน...


...แล้วใคร...ใคร...ที่คิดไม่ดีกับจุนซูของเขา...


หากเมื่อหวนนึกถึงตัวเอง ริมฝีปากอิ่มกลับเม้มแน่น...
ดูเหมือนว่าหัวใจเขาจะรู้คำตอบนั้นดีกว่าใคร...


...ปาร์ก กาฮี...


********************************************************



“ยุนโฮ...จุนซูหายไป” เสียงหวานเอ่ยอย่างร้อนรนเมื่อสิ้นสุดการสนทนา
ทางโทรศัพท์ ดวงตากลมใสสีรัตติกาลไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น
มือบางกำอกเสื้อของร่าสูงแน่นราวกับต้องการที่พักพิง


“ใจเย็นๆ...ยูชอนว่าไงบ้าง?” ยุนโฮพยายามปลอบให้ร่างบางคลายความวิตก
อ้อมแขนแข็งแรงกระชับแน่นกว่าเดิมเพื่อปลอบโยน


“หมอนั่นบอกว่า...ออกมาส่งจุนซูตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้ว...แต่นี่มัน 4 ทุ่มแล้วนะยุนโฮ
...ฉัน...ฉันใจไม่ดีเลย...เราออกไปตามหาจุนซูแถวๆนี้กันเถอะนะ...นะ”
เสียงหวานร่ำร้อง หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอดวงตาคู่สวย เขาเป็นห่วงจุนซูเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...เจออุบัติเหตุอะไรรึเปล่า...สมองพาลคิดไปต่างต่างนานา
จนว้าวุ่นไปหมด...


“เอางี้นะแจจุง...นายอยู่กับลูกที่นี่...ส่วนฉันจะออกไปลองตามหาแถวๆนี้ดู...
ทำใจให้สบายก่อน...อาจจะไม่มีอะไรก็ได้...” มือใหญ่ประคองใบหน้าหวาน
พลางใช้นิ้วเกลี่ยซับน้ำตาอย่างอ่อนโยน แจจุงพยักหน้าเร็วๆแทนคำตอบ


“รออยู่ที่นี่นะแจจุง...ห้ามออกไปหาเองเด็ดขาด...นายต้องรอโทรศัพท์
จากยูชอนที่นี่...แล้วดูแลซองยุน...เข้าใจนะ...จุนซูต้องไม่เป็นอะไร เชื่อฉันสิ”
ยุนโฮกำชับอีกครั้งพลางกดจูบเบาๆที่ริมฝีปากสีสวยก่อนจะคว้าเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่ง
มาสวมทับเสื้อยืดตัวบางและก้าวเร็วๆออกไปจากร้าน...


...จุนซู...ขออย่าให้เป็นอะไรเลย...


**********************************************************


ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนค่อยๆหรี่ปรือขึ้นช้าๆ ต่อเมื่อแสงสว่างจ้าในห้อง
กระทบม่านตาจนเปลือกตาบางต้องกระพริบเร็วๆเพื่อขับไล่ความระคายเคือง
กระทั่งเริ่มปรับตัวได้สิ่งที่อยู่รอบกายจึงเริ่มชัดเจนขึ้น จุนซูค่อยๆกวาดสายตา
สำรวจสภาพห้องที่ไม่คุ้นตาทว่าสิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าคือมือทั้งสองข้าง
ถูกมัดแยกออกจากกันที่เสาเตียงทั้งสองฝั่ง เบื้องหน้ามีกล้องถ่ายวีดีโอ
ที่ตั้งอยู่บนขาตั้งหันด้านเลนส์มายังเขา ร่างเล็กเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
อย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเห็นชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินตรงมาปรับ
อะไรบางอย่างที่กล้องนั้นก่อนจะหันมามองเขา


“คุ...คุณเป็นใคร...จับผมมาทำไม?” เสียงหวานเริ่มสั่นเครือ
เมื่อร่างใหญ่ย่างสามขุมเข้ามา ราวกับเริ่มรับรู้ชะตากรรมของตัวเอง


“คิม จุนซู” เสียงหวานใสดังมาจากด้านข้างรั้งให้ใบหน้าหวานหันไปมอง
รอยยิ้มเหยียดบนเครื่องหน้าสวยคมจัดจ้านด้วยเครื่องสำอางค์นั้น
เขาจำได้ไม่มีวันลืม


...ปาร์ก กาฮี...


“คุณกาฮี...คุณทำแบบนี้ทำไม?...เรามีความแค้นอะไรกันนักเหรอครับ”
โปะยาสลบ จับเขามามัดไว้...จุนซูไม่เข้าใจว่าทำไมกาฮีต้องทำอะไร
ถึงขนาดนี้ด้วย


“เรามีความแค้นอะไรกัน...นี่นายโง่หรือเซ่อกันแน่เนี่ย...
ฉันไม่เคยบอกเหรอว่า...ยูชอนน่ะเป็นของฉัน แล้วถ้าฉันไม่ได้เขาไป
ก็อย่าหวังเลยว่าใครจะได้ โดยเฉพาะคนอย่างนาย...ทำไมถึงไม่หายไปซักที!”
กาฮีกรีดเสียง ดวงตาสวยคมถลึงมองร่างตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว
มือเล็กเรียวลูบใบหน้าหวานเบาๆก่อนจะไล้เรื่อยๆผ่านแนวคางจนถึงลำคอขาว
และออกแรงบีบแน่นจนจุนซูเริ่มขาดอากาศหายใจ ขาเรียวที่ไม่ได้ถูกพันธนาการ
ดิ้นรนถีบทึ้งผ้าปูที่นอนหวังจะให้พ้นจากความอึดอัดอันแสนทรมาน


“แค่ก แค่ก...อย่า...อย่าทำแบบนี้...คุณไม่ใช่คนไม่ดี...ผมรู้...แค่ก แค่ก...”
จุนซูอ้อนวอน ดวงตาคู่สวยเริ่มเอ่อนองไปด้วยน้ำตา ไม่ใช่เพื่อตัวเอง
หากแต่เพราะเขาไม่ต้องการให้ร่างสูงเสียใจ ปาร์ก กาฮีแม้จะท่าทางเอาเรื่อง
แต่นั่นก็คงเป็นเพราะถูกตามใจมาตลอด เนื้อแท้แล้วเธอก็เป็นเพียง
ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น


“อย่ามาทำเป็นรู้ดีนักเลย...ทำไม...ทั้งๆที่ฉันขอดีๆแล้วนายก็ยังดันทุรัง...
แบบนี้จะให้ฉันทำยังไงดีนะ...ถ้างั้นทำ...ให้นายไม่มีหน้าไปพบยูชอนอีกเลย...ดีมั้ย?”
สิ่งที่หลุดออกมาจากปากหญิงสาวทำเอาร่างเล็กหวาดระแวง


“คุณจะทำอะไร?” ร่างเล็กกระถดกายหนีเมื่อกาฮีหันไปโบกมือสั่งอะไรบางอย่าง
กับชายร่างใหญ่พลางชี้มือมาที่เขาขณะที่มีผู้ชายร่างสูงอีกคนเดินเข้ามาในห้อง


แทนคำตอบ ปาร์ก กาฮี หันมาส่งยิ้มหวานให้จุนซูก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
จนคนได้ยินอดเสียวสันหลังไม่ได้
“ก็...แค่ถ่ายหนัง...คงไม่รังเกียจสินะถ้าจะมีอะไรกับผู้ชายอีกสักครั้ง
คนอย่างนายถ้าเจออะไรแบบนั้นแล้วคงไม่กล้ากลับไปหายูชอนอีกแล้วใช่มั้ยล่ะ?”


“คุ...คุณ” ดวงตากลมเบิกโพลงอย่างหวาดกลัว หัวใจกระหวัดนึกถึงยูชอน...
ผู้หญิงคนนี้เดาถูก ถ้ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริงๆ คนอย่างเขาคงไม่มีหน้า
กลับไปหาร่างสูงอีกแล้ว...


กาฮีบีบแก้มนิ่มหนักๆเพื่อให้ริมฝีปากสีสดอ้าออก สิ่งแปลกปลอมเม็ดเล็ก
ถูกส่งจากนิ้วเรียวเข้าสู่ลำคอโดยไม่ทันตั้งตัว...
“รู้มั้ย...ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลยนะ...ทำไมนายถึงพูดไม่รู้เรื่อง
เข้าใจฉันหน่อยเถอะ ฉันสูญเสียช่วงเวลาที่จะมีคนรักเพราะเพียงแค่คำว่าคู่หมั้น
ทุกคนทำให้ฉันหวัง แล้วพอนายเข้ามาทุกอย่างมันก็พังทลาย...
ฉันควรจะโกรธมั้ย คิม จุนซู?”


สีหน้าหญิงสาวดูน่าสงสาร หากแต่แววตานั่นกลับว่างเปล่าและเย็นเยียบจนน่ากลัว
ร่างเล็กรับรู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้...ไม่ปกติ...


“ยานั่น...ถือว่าฉันช่วยนาย...อย่างน้อยนายจะไม่ทรมานมากนักแล้วก็สนุกกับมันได

...โชคดีนะ” รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้ราวกับคำบอกลาครั้งสุดท้าย
ก่อนจะเดินออกจากห้องทิ้งให้ร่างเล็กอยู่ตามลำพังกับผู้ชายร่างใหญ่อีกสองคน
ที่มองมายังร่างเขาด้วยสายตาแปลกๆ...


“อย่านะ...อย่าเข้ามา...อย่า~”


“ยูชอน...ยูชอน”




*************************************************

TBC [Part 24]...ใกล้จะจบเข้าทุกทีแล้วนะคะ...^^

 

 


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อร๊ายย พี่เจี๊ยบบ โหดร้ายอ่ะ
พี่เจี๊ยบกล้าให้คนอื่นทำร้ายน้องหรอ
งือส์ๆๆๆ ยัยกาฮี เอายัยนั่นออกไปไกลๆเลยอ่ะ
แล้วปาร์คง่า ต้องตามน้องให้ทันน้า น้องรออยู่อ่ะ
อร๊ายยยยย เค้าลุ้นอ่ะ แล้วมันก็ค้างมากมาย โฮกๆๆๆ

#1 By Meichan_A Little Turtle (61.7.182.95) on 2008-07-04 01:17

นี่หล่อน
มัน
จะมาก
เกินไปแล้วนะ
โลมาของอิช้านนน
ยอมม่ะได้
ให้เปงของตาปาร์คได้คนเดียวเน้
อย่าทำร้ายจัยท่านผู้อ่านเลยฮือๆๆๆ
ไม่อาววว
กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
ตาไก่มาช่วยแฟนเร็วววววว

#2 By อาจุมม่าบ้าเทพ (124.120.114.169) on 2008-07-04 17:20

ปาร์คอยู่ไหน
จุนตกอยู่ในอันตราย

ค้างเลยกำลังสนุก
มาต่อไวๆนะค้าbig smile

#3 By jun on 2008-07-05 13:36

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดยายกาฮี

ช่างร้ายกาจ........

ง่าาาาาาา...........

มาอัพเร็วๆนะคะ......

อย่าให้จุนซูเปงไรเล้ยยยยย(อินจัดเลย)sad smile

#4 By kp (61.7.133.127) on 2008-07-16 20:15